ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำในฉะเชิงเทราในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำบางปะกงและคลองสาขาในจังหวัดฉะเชิงเทราต้องเผชิญกับปัญหาน้ำไม่พอใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแปลงเกษตรขนาดใหญ่ที่อยู่ต้นน้ำสูบน้ำไปใช้ในปริมาณมหาศาล และการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขณะเดียวกันโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งยังแอบปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้คลองหลายสายตื้นเขินและเสื่อมโทรม ชาวบ้านที่เคยใช้น้ำจากคลองเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค จึงต้องดิ้นรนหาทางออกด้วยตัวเอง
“แต่ก่อนเราใช้น้ำจากคลองได้นะ แต่เดี๋ยวนี้ น้ำไม่พอ เคยแม้กระทั่งต้องซื้อน้ำมาใช้หรือไม่ก็ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเอง” เจ้าของสวนขนุนวัย 70 ปีรายหนึ่งเล่าย้อนถึง ปัญหาน้ำทำให้เกษตรกรต้องลงทุนขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำแล้วใช้ปั๊มน้ำสูบน้ำเข้ามากักเก็บไว้ หลังจากมีจำนวนโรงงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในหลายครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น “ค่าไฟเดือนก่อนห้าพันกว่าบาท!” เจ้าของสวนถอนหายใจ
เมื่อค่าไฟกลายเป็นภาระ ชุมชนเริ่มมองหาทางออก และพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นคำตอบที่ถูกพูดถึงมากขึ้น
ในช่วงที่ชาวบ้านกำลังหาทางลดค่าใช้จ่าย ‘แสงสุรีย์ พาวเวอร์’ ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ก็ได้เริ่มเข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในครัวเรือนและชุมชน ช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มาลดค่าไฟที่ต้องใช้กับเครื่องสูบน้ำ
“เมื่อก่อนเราใช้ไฟจากการไฟฟ้าอย่างเดียว แต่ตอนนี้ กลางวันเราจะใช้ไฟจากโซลาร์ได้เลย ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม” เจ้าของสวนขนุนเริ่มมีความหวัง
แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือใครจะดูแลระบบเหล่านี้ในระยะยาว จึงเกิดการสร้าง ‘ช่างชุมชน’ เพื่อที่คนในพื้นที่ดูแลกันเอง

ที่ผ่านมาหนึ่งในปัญหาของการใช้พลังงานหมุนเวียนในชุมชน คือเมื่อระบบเกิดปัญหา ก็ไม่มีช่างที่สามารถซ่อมบำรุงได้ทันที หลายบ้านที่เคยได้รับโครงการโซลาร์เซลล์จากรัฐหรือองค์กรต่างๆ พอเวลาผ่านไป ระบบเกิดขัดข้อง แต่กลับไม่มีใครช่วยซ่อม ทำให้แผงโซลาร์หลายชุดกลายเป็นขยะบนหลังคา
แสงสุรีย์ พาวเวอร์ จึงไม่เพียงแค่ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชนเท่านั้น แต่ยังสร้าง ‘ช่างชุมชน’ ขึ้นมาเพื่อให้คนในพื้นที่สามารถดูแลและบำรุงรักษาระบบได้เอง
แนวคิดของช่างชุมชนไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างอาชีพใหม่ แต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง คนในชุมชนสามารถช่วยกันดูแลระบบพลังงานของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาภายนอก และสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน
วันนี้ พลังงานแสงอาทิตย์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาน้ำและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของเกษตรกรในฉะเชิงเทรา จากที่เคยต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ตอนนี้หลายครัวเรือนสามารถผลิตพลังงานใช้เอง และมีช่างชุมชนที่คอยดูแล
นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนของพลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่เป็นการทำให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแลพลังงานของพวกเขาเอง

“แสงแดดมีให้เราฟรีๆ ทุกวัน เราแค่ต้องหันมาเรียนรู้ที่จะใช้มันให้เป็น” เจ้าของสวนขนุนกล่าวพลางมองช่างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเหล้าไก่ของเธอ
แม้ว่าการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของเกษตรกรและทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น แต่ปัญหาหนึ่งที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญคือ การขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ
แม้รัฐบาลจะมีโครงการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน แต่ในหลายกรณี โครงการเหล่านั้นกลับขาดการติดตามผลและการดูแลระยะยาว ส่งผลให้แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งไปแล้วเสื่อมสภาพหรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญมาดูแล ในขณะเดียวกัน นโยบายด้านพลังงานยังคงให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานจากฟอสซิลและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่มากกว่าการสนับสนุนให้ชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองท่ามกลางข้อจำกัดและความไม่แน่นอนของนโยบายจากภาครัฐ
“เราเห็นแสงแดดทุกวัน แต่นโยบายของรัฐกลับทำให้มันดูเหมือนเป็นแหล่งพลังงานที่ยังอยู่ไกลเกินเอื้อม” หัวหน้าทีมช่างชุมชนของแสงสุรีย์กล่าว ขณะที่ยืนมองดูแผงโซลาร์เซลล์ที่เพิ่งติดตั้งให้กับชาวบ้าน พร้อมความหวังว่าซักวันหนึ่ง รัฐจะเห็นศักยภาพของพลังงานแสงอาทิตย์อย่างที่แสงสุรีย์พาวเวอร์เห็นมาตลอด

ฝูงควายของเกษตรที่เลี้ยงในบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนระบมซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติที่สำคัญในจังหวัดฉะเชิงเทรา

โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งของจีนในย่านชุมชน

ท่อปล่อยน้ำขนาดใหญ่ที่สูบน้ำมาจากแม่น้ำบางปะกง ลงสู่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมการทำกระดาษของตนเอง

ไร่ยูคาลิปตัสหลายพันไร่ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมการทำกระดาษ ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากทุกวัน โดยการสูบน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำบางปะกงลงสู่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของตนเอง

กองขยะยิปซั่มแห่งหนึ่ง ที่ถูกโรงงานนำมากองทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อลดภาระค่ากำจัด ได้สร้างมลพิษทางกลิ่นร้ายแรงให้กับคนในพื้นที่รวมถึงถูกฝนชะและไหลลงสู่แหล่งน้ำสาขาย่อยของแม่น้ำบางปะกง

ชาวบ้านจับปลาในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมการทำกระดาษแห่งหนึ่ง

ผู้ใหญ่บ้านกำลังเช็คปริมาณน้ำของแหล่งเก็บน้ำเดียวในชุมชนของตนว่าเพียงพอต่อการใช้หรือไม่ในช่วงหน้าแล้ง

คนในชุมชนทดลองใช้น้ำประปาชุมชนทำการเกษตรโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นต้นแบบให้คนในชุมชน
หันมาเข้าใจเรื่องพลังงานหมุนเวียน ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร

คนในชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรมช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ กำลังติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับเกษตรกรในชุมชนเดียวกัน
ที่หันมาสนใจเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนในครัวเรือน

ช่างที่ผ่านการอบรมติดตั้งโซลาร์เซลล์จากแสงสุรีย์พาวเวอร์ กำลังช่วยกันติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับเกษตรกรในชุมชนเดียวกันที่หันมาสนใจเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนในครัวเรือน

ช่างที่ผ่านการอบรมรติดตั้งโซลาร์เซลล์จากแสงสุรีย์พาวเวอร์ กำลังติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับเกษตรกร
โดยช่วยติดตั้งไปแล้วกว่า 100 ครัวเรือนในปี 2567

ช่างที่ผ่านการอบรมติดตั้งโซลาร์เซลล์จากแสงสุรีย์พาวเวอร์ กำลังติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับเกษตรกร
โดยช่วยติดตั้งไปแล้วกว่า 100 ครัวเรือนในปี 2567

ช่างที่ผ่านการอบรมติดตั้งโซลาร์เซลล์จากแสงสุรีย์พาวเวอร์ กำลังติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับเกษตรกร
โดยช่วยติดตั้งไปแล้วกว่า 100 ครัวเรือนในปี 2567

โยธิน มาลัย หัวหน้าช่างจากแสงสุรีย์พาวเวอร์ กำลังตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งแล้วเสร็จให้กับเกษตรกร
เขาได้นำทีมติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นจำนวนมาก ช่วยให้เกษตรในฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียงลดภาระค่าไฟจากการไฟฟ้าได้สำเร็จ
เรื่องและภาพโดย วัจนพล ศรีชุมพวง
ชุดภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ พลังงาน / คน / ตะวันออก ร่วมกับ JET in Thailand
**ไม่อนุญาตให้นำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต**
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกที่ EPIGRAM วันที่ 14 กรกฏาคม 2568
