เขื่อนอยู่ที่ลาว แต่เราใช้ไฟอยู่ทางนี้…
การสร้างเขื่อนในลาวเกี่ยวข้องกับค่าไฟของเรายังไง?
เงินค่าไฟของเรา ต้องจ่ายค่าก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงจริงหรือ?
นี่เป็นคำถามยอดฮิตเมื่อมีการพูดถึงว่า “เราทุกคนที่ใช้ไฟฟ้ากำลังแบกรับต้นทุนการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงอยู่นะ” ซึ่งมักจะตามมาด้วยข้อสงสัยที่ว่า “อ้าว เงินที่เราจ่ายไป ไม่ได้จ่ายเฉพาะตอนที่เขื่อนผลิตไฟให้เราใช้เหรอ?”
รู้หรือไม่ว่า โครงสร้างค่าไฟฟ้าของไทยกำหนดให้ค่าไฟที่เราจ่ายทุกเดือน ต้องถูกนำไปจ่ายเป็นค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งรวมถึงการซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย และค่าซื้อไฟจากเอกชนก็ไม่ได้หมายถึงเฉพาะค่าใช้จ่ายตอนผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมถึงต้นทุนการก่อสร้างเขื่อนหรือโรงไฟฟ้า ตลอดจนการันตีกำไรให้ผู้ผลิตเอกชนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายไฟ แม้ว่าเขื่อนหรือโรงไฟฟ้านั้นจะไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟให้เราเต็มที่ตามกำลังการผลิตในสัญญาก็ตาม!
มาดูกันว่ากว่าที่เงินค่าไฟของเราจะเดินทางไปถึงมือเจ้าของเขื่อนในลาว เส้นทางนี้ถูกกำหนดจากอะไร และมีใครเกี่ยวข้องบ้าง?
เริ่มต้นจากแผน PDP และ MOU
ก่อนจะไล่เรียงตัวละครที่เกี่ยวข้อง เรามาเริ่มจากการทำความเข้าใจเอกสาร 2 ฉบับ ที่เป็นตัวกำหนดการซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ได้แก่
- แผน PDP หรือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งเป็นแผนแม่บทกำหนดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องจัดหาเข้ามาในระบบในอีก 15-20 ปีข้างหน้า เพื่อให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าใช้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งการซื้อไฟจากเขื่อนลาว จะถูกรวมอยู่ในแผนนี้ด้วย
- MOU ซื้อขายไฟฟ้าไทย-ลาว หรือ บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาไฟฟ้าในลาว เป็นกรอบข้อตกลงการซื้อไฟฟ้าจากลาว โดยมีการกำหนดตัวเลขโควตาปริมาณซื้อขายไฟฟ้าระหว่างสองประเทศ และเมื่อแผน PDP กำหนดมาว่าจะต้องซื้อไฟจากลาวเป็นจำนวนเท่าไหร่ เชื้อเพลิงอะไร ก็จะมาดูว่า การซื้อไฟอยู่ภายใต้โควตาการรับซื้อไฟที่กำหนดไว้ใน MOU หรือไม่ หรือต้องขยาย MOU เพิ่ม
ใครเกี่ยวข้องกับเส้นทางนี้บ้าง?
(1) คนอนุมัติแผน PDP/MOU
เริ่มที่ตัวละครแรก คือ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรี(บางกระทรวง) รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เป็นคณะกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการพัฒนาพลังงานของประเทศ รวมถึงอนุมัติแผน PDP และโควตาการซื้อไฟฟ้าจากลาวใน MOU
(2) คนจัดทำแผน PDP
ตัวละครที่สอง คือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. รับผิดชอบการจัดทำแผน PDP ก่อนส่งให้ กพช. และคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผน ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
(3) คนซื้อไฟตามแผน PDP
ตัวละครที่สาม คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจผู้ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า ดูแลระบบสายส่ง และซื้อไฟฟ้าจากเอกชน รวมถึงซื้อไฟจากลาว โดย กฟผ. จะเป็นคนทำหน้าที่เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชนที่เป็นคนลงทุนสร้างเขื่อนในลาว และเมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ ก็จะเป็นคนรับซื้อไฟฟ้า และขายต่อให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่จำหน่ายไฟฟ้า
(3) คนจำหน่ายไฟ
ตัวละครตัวที่สี่ เป็นคนที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้ไฟมากที่สุดเพราะปรากฎอยู่ในบิลค่าไฟของเราทุกเดือน นั่นก็คือ ผู้จำหน่ายไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ทำหน้าที่นำไฟฟ้าจาก กฟผ. มาขายต่อให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างเราๆ และเก็บเงินค่าไฟจากเราไปเพื่อจ่ายกลับไปให้ กฟผ. จนเงินนี้ไปถึงมือเจ้าของเขื่อนลาวในที่สุด
(4) คนกำกับดูแล
ในกิจการไฟฟ้า ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นคือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการพลังงาน คุ้มครองสิทธิของผู้ใช้พลังงาน ชุมชน และผู้ประกอบกิจการ เพื่อให้การซื้อขายไฟฟ้าเป็นไปด้วยความยุติธรรม
และทั้งหมดนี้ก็คือเส้นทางค่าไฟของเราที่ถูกส่งไปถึงเขื่อนลาว จะเห็นได้ว่า ทุกๆ การตัดสินใจจากข้างบน ไม่ว่าจะเป็นแผน PDP หรือ โควตารับซื้อไฟใน MOU มีผลต่อเราผู้ที่อยู่ปลายทางของบิลค่าไฟเสมอ
หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกในเฟชบุ๊ค JET in Thailand เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568
