คำตอบจากเวทีรับฟังความคิดเห็น💥 12 ประเด็นน่าจับตา PDP2026

บทความ, เจาะลึกพลังงาน

💡JET in Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบที่น่าสนใจจากเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เพื่อให้ผู้ใช้ไฟช่วยกันติดตาม และจับตาดูต่อว่า สุดท้ายแล้ว แผนพลังงานฉบับนี้จะมีหน้าตาออกมาอย่างไร เมื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ประเด็นที่ 1 ‘การเปิดเผยข้อมูลและจัดเวทีรับฟังฯ รายภูมิภาค’

➡️คำถามที่ 1: เสนอให้เผยแพร่ร่างแผน PDP2026 ฉบับไฟล์ Word ที่เป็นทางการและมีรายละเอียดทั้งหมด เช่นเดียวกับ PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในช่วงของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งครอบคลุมรายละเอียดต้นทุนในการคำนวน ไปจนถึงรายละเอียดว่าจะมีโรงไฟฟ้าใหม่เชื้อเพลิงอะไร ตั้งอยู่ที่ไหน เข้าระบบเมื่อไหร่ 

🔺คำตอบ: รับไปดำเนินการพิจารณาเพิ่มเติม

➡️คำถามที่ 2: การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP2026 ในครั้งนี้ จะมีช่องทางให้คนแสดงความเห็นในช่องทางใดบ้าง ถึงเมื่อไหร่ และจะมีเวทีระดับภาคหรือไม่?

🔺คำตอบ: การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในรายภูมิภาค ทาง สนพ. จะรับเรื่องไว้ไปพิจารณาต่อ ตอนนี้เปิดโอกาสให้ทุกพื้นที่เข้ามาให้ความเห็นในช่องทางที่จัดไว้ให้ทางออนไลน์*

(*หมายเหตุ: กำหนดรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569)

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– สนพ. จะเผยแพร่เอกสารที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าใหม่ ที่จะระบุที่ตั้งและปีที่จะเข้าระบบ หรือไม่ ผ่านช่องทางใด และเมื่อไหร่ 

– การจัดเวทีรับฟังความเห็นรายภูมิภาค จะถูกนำมาพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเวทีรับฟังฯ ร่างแผน PDP2026 จะถูกจัดแบบออนไซต์เพียง 1 วัน ที่กรุงเทพฯ และให้ประชาชนจังหวัดอื่นๆ แสดงความคิดเห็นผ่านทางกูเกิ้ลฟอร์มเพียง 7 วัน สำหรับแผนที่มีผลต่อการกำหนดอนาคตพลังงานไทยและภาระค่าไฟของผู้ใช้ไฟทุกคนไปอีก 25 ปี

ประเด็นที่ 2 ‘การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า’

➡️คำถาม: ทำไมความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) จึงเพิ่มขึ้น(จากร่างแผน PDP2024) ในเมื่อสมมติฐานที่ใช้พยากรณ์อย่างการเติบโตของ GDP และจำนวนรถ EV มีการปรับตัวเลขลดลงจากที่เคยเปิดรับฟังความคิดเห็น?

คำตอบ: หากเปรียบเทียบกับการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของร่างแผน PDP2024 ร่างแผนฉบับนี้ได้พิจารณาความต้องการใช้ไฟบางประเภทเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมถึงครั้งนี้ ความต้องการใช้ไฟจากรถ EV เราคิดละเอียดขึ้น ทั้งช่วงเวลาของการชาร์จรถ EV ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนทำร่างแผน PDP2024 รวมถึงดูเรื่องรถ EV ที่เข้ามาจะใช้งานได้กี่ปี มีรถจำนวนหนึ่งที่ต้องหมดอายุไปตามอายุของแบตเตอรี่ มีการคิดหลักการตรงนี้เพิ่มเข้ามาด้วย รวมถึงความต้องการใช้ไฟอื่นๆ อย่าง Data center ที่ตอนปี 2024 ยังไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้ชัดเจนมากขึ้น จึงเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในร่างแผน PDP2026 หรือไม่ โดยเฉพาะความต้องการไฟฟ้าจาก Data center เนื่องจากมีมติให้ชะลอการอนุมัติโครงการเพื่อกลั่นกรองและจัดระเบียบการลงทุนใหม่ จึงยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่ตัวเลขพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการกำหนดว่าจะมีโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกเท่าไหร่ จะกลายเป็นการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าที่เกินจำเป็นอย่างที่เคยเป็นมาหรือไม่ เพราะสุดท้าย คนที่ต้องแบกรับภาระนี้ก็คือผู้ใช้ไฟฟ้านั่นเอง

ประเด็นที่ 3 ‘12 ปีแรกของแผน กับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน’

➡️คำถาม 1: การจัดสรรกำลังผลิตไฟฟ้าในช่วง 12 ปีแรกของแผนมีเพียงทางเลือกเดียว สามารถปรับเปลี่ยนได้ไหม?

🔺คำตอบ: ทำไมช่วงแรกของแผนถึงมีทางเลือกเดียว เหตุผลที่ 1 ในช่วง 12 ปีแรก (2569-2580) มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไว้เป้าหมายเดียว และเหตุผลที่ 2 คือ ต้องการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด ในขณะที่ช่วงปลายแผนเริ่มมีการกำหนดเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น มีเป้าการใช้ CCS หลังปี 2580 จึงเกิดเป็น 4 ทางเลือก อย่างไรก็ตาม หากจะมาทบทวนเปลี่ยนแปลงหรือให้มีความแตกต่างกันในช่วง 12 ปีแรก ต้องดูประเด็นเรื่องความเหมาะสมของเทคโนโลยีหรือต้นทุน หากวันนี้มีประเด็นที่จะต้องนำมาทบทวนหรือพิจารณา ทางคณะทำงานอาจจะรับประเด็นนี้ไปพิจารณาว่าสามารถมีทางเลือกตั้งแต่ต้นแผนได้ไหม

➡️คำถาม 2: เราจะเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้นอีกได้ไหม?

🔺คำตอบ: จะลดการใช้โรงไฟฟ้าฟอสซิลมากกว่าที่เสนอในแผนได้ไหม ขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่ใช้พิจารณา ในครั้งนี้เรามีการประเมินแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงก๊าซ ประเมินต้นทุนโรงไฟฟ้าในมิติต่างๆ แต่หากในอนาคต มีต้นทุนที่เราจะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น หรือคุ้มค่ามากขึ้น การเร่งอัตราการเปลี่ยนผ่านก็สามารถทำได้ แต่ต้องผ่านเกณฑ์เรื่องความมั่นคงและเรื่องบริหารจัดการระบบไฟฟ้าที่ต้องดูควบคู่ไปด้วย

➡️คำถาม 3: จากที่ชี้แจงเหตุผลว่า ช่วง 12 ปีแรกของแผนมีทางเลือกเดียวเพราะมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป้าหมายเดียว เป้าที่ว่าหมายถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 76.6 ล้านตันคาร์บอนฯ ในปี 2578* ใช่ไหม?ถ้าใช่ แล้วสัดส่วนพลังงานในปี 2580 ที่มีฟอสซิล 29% โดยไม่มีการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่? และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซตามแผน NDC 3.0 หรือไม่?

🔺คำตอบ: ทุกกรณีที่ดำเนินการจัดทำออกมาสามารถบรรลุเป้าหมายได้

(*หมายเหตุ : เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาคการผลิตไฟฟ้า ตามแผน NDC 3.0 )

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– สนพ. จะพิจารณาเพิ่มทางเลือกอื่นในช่วง 12 ปีแรกของแผน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เป็นตัวกำหนดว่าไทยจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ตามแผน NDC 3.0 หรือไม่

– หากร่างแผน PDP2026 ยังคงเดินหน้าต่อไปตามเดิม โดยไม่มีทางเลือกอื่นในช่วง 12 ปีแรก ไทยจะยังคงบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามแผนหรือไม่ ในวันที่เรายังคงมีโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ไม่มีแผนจะปลดระวาง

ประเด็นที่ 4  ‘โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์ ใน 12 ปีแรกของแผน’

➡️คำถามที่ 1: โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์ ที่จะเข้ามาภายใน 12 ปีแรกของแผน จะตั้งอยู่ที่ไหน?

🔺คำตอบ: ตอนจัดทำแผนมีการระบุพื้นที่ที่จะมีโรงไฟฟ้าไว้เบื้องต้นแล้ว โดยพิจารณาจากความต้องการไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ รายละเอียดดังกล่าวจะขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป 

➡️คำถามที่ 2: อยากทราบสมมติฐานหลักของการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์ ที่เพิ่มจากร่างแผน PDP2024 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 6,300 เมกะวัตต์ เป็นเพราะ Data Center ใช่หรือไม่? ถ้าใช่แปลว่า Data Center ไม่ต้องการไฟสะอาดใช่ไหม?*

🔺คำตอบ: เนื่องจากในร่างแผน PDP2026 มีโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนนี้ทำให้สามารถมีโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มขึ้นมาได้ โดยที่ยังสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ที่กำหนดไว้ได้อยู่

(*หมายเหตุ: สนพ. ไม่ได้ตอบคำถามในเวทีเรื่องโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่กับ Data center) 

👀‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา:

– สนพ. จะเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ตั้ง และปีที่เข้าระบบของโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์หรือไม่ ผ่านช่องทางใด และเมื่อไหร่ 

–  โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์ ที่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมจาก สนพ. ว่าตั้งอยู่พื้นที่ใด จะเกิดขึ้นในภาคตะวันออก หรือจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางของ Data Center หรือไม่ หากพิจารณาจากข้อมูลที่ว่าเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซตามความต้องการในพื้นที่ 

– โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ที่เพิ่มเข้ามา และตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงเพียงเล็กน้อยใน 12 ปีแรกของแผน จะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้หรือไม่ รวมถึงค่าไฟของประชาชนจะเป็นเท่าไหร่ จะต้องเผชิญวิกฤตพลังงาน ค่าไฟแพงจากสงครามอีกหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่า ยิ่งมีโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มเข้ามา เราต้องพึ่งการนำเข้า LNG ซึ่งมีราคาแพงและผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นที่ 5 ‘โรงไฟฟ้าฟอสซิลเดิม กับความต้องการไฟจาก Data Center’

➡️คำถาม: กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าฟอสซิลที่มีอยู่เดิมจะถูกนำไปจัดสรรให้กับ Data Center หรือไม่?

🔺คำตอบ: ใน 5 ปีแรกของแผน จะมีการใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเก่า สัญญาเดิมที่มีอยู่ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ที่จะเข้ามาในระยะสั้น ซึ่งมีปริมาณมากและกำลังเติบโต โดยพิจารณาต่ออายุหรือเลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าบางประเภท ในส่วนนี้จะมีรายละเอียดของโรงไฟฟ้า และแนวทางการพิจารณาที่ชัดเจนออกมาอีกทีนึง

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– ใน 5 ปีแรกของแผน มีโรงไฟฟ้าก๊าซและถ่านหินที่ไหนบ้างจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ที่กำลังเข้ามา 

– ประชาชนจะยังต้องจ่าย ‘ค่าความพร้อมจ่าย’ ให้กับโรงไฟฟ้าที่ได้รับการต่ออายุอีกหรือไม่ ทั้งที่โรงไฟฟ้านั้นได้รับค่าความพร้อมจ่ายไปแล้วจากสัญญาเดิม

ประเด็นที่ 6 ‘การปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน’

➡️คำถาม: ทำไมถึงไม่ใส่การปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด(Early coal phase out) ในแผน PDP ทั้งที่ใน NDC 3.0 เขียนไว้ว่าเป็นวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีต้นทุนถูกที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ?

🔺คำตอบ: ในช่วงแรกของแผน การมีโรงไฟฟ้าเพื่อรักษาความมั่นคง และความเสถียรของระบบยังมีความจำเป็นอยู่ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมีต้นทุนต่ำทำให้ค่าไฟในภาพรวมไม่สูง และแม้ว่าจะยังมีถ่านหินอยู่ แต่ก็ไม่ทำให้การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเกินกว่าค่าที่กำหนด คิดว่ายังเป็นส่วนผสมที่สามารถทำได้ โดยตลอดแผนนี้จะไม่มีการเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ มีแค่การคงโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมไว้ตามปริมาณเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในประเทศ

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– การที่รางแผน PDP2026 ไม่มีแผนปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่กับเราไปจนถึงปลายแผน โดยเฉพาะทางเลือก 4 ที่อยู่ไปจนถึงปี 2593 หรืออีก 24 ปี สิ่งนี้จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานหรือไม่ และไทยจะสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ตามที่ตั้งเป้าในอีก 2 ปีข้างหน้าได้หรือไม่ เมื่อหนึ่งในเงื่อนไขคือ การมีแผนปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อน ค.ศ. 2040 หรือ พ.ศ. 2580

ประเด็นที่ 7 ‘โควตาโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน’

➡️คำถาม: ทำไมถึงไม่ใส่สัดส่วนโควตาโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนไว้ในแผนให้ชัดเจน

🔺คำตอบ: ถ้ามีนโยบายออกมาชัดเจนแล้วว่าจะมีเป้าหมายให้ดำเนินการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนเท่าไหร่ จะนำมากำหนดในแผนให้ชัดเจน เพื่อให้แผนสอดคล้องกับนโยบาย

UPDATE!! แม้ว่าคำตอบที่เราได้รับจากเวทีรับฟังฯ จะยังเป็น ‘รอการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนก่อน’ จึงจะนำมาใส่ไว้ในแผน แต่ในวันถัดมา (9 ก.ย. 69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยที่งาน The BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER ว่าจะจัดสรรโควตารับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนจำนวน 10,000 เมกะวัตต์ จากกำลังผลิตใหม่ในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ ที่จะเข้ามาในช่วง 12 ปีแรกของร่างแผน PDP2026 และเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มีมติเห็นชอบขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ระยะเวลารับซื้อ 20 ปี โดยสามารถติดตั้งบนพื้นดินหรือบนผิวน้ำได้ นอกเหนือจากหลังคา

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา‼️ 

รอติดตามว่า ‘เป้าหมายโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน’ จะถูกระบุไว้ในแผน PDP ฉบับนี้หรือไม่ จะเป็นตัวเลข 10,000 เมกะวัตต์ตามมติ กพช. หรือตามที่ รมว.พลังงานประกาศไว้ไหม และจะมีแผนรับซื้อไฟในแต่ละปีเป็นเท่าไหร่ เพราะจากการคำนวนโดย JET in Thailand พบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคาประชาชนกว่า 176,916 เมกะวัตต์ หรือมากกว่าโควตาที่เตรียมจัดสรรไว้ถึง 17 เท่า

ประเด็นที่ 8 ‘พลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ’

➡️คำถาม: ทำไมต้องรอถึง 12 ปี ทั้งที่ขยะ ก๊าซชีวภาพ น้ำเสีย ของเสีย หรือพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพร้อมเข้าระบบทันที และสามารถต่อกับระบบได้เร็วกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซซึ่งมีปัญหาเรื่องการนำเข้าอุปกรณ์บางอย่างในขณะนี้ ดังนั้น ขอพิจารณาให้เข้าเร็วขึ้นได้ไหม?

🔺คำตอบ: โดยหลักการจัดโรงไฟฟ้าในแผนครั้งนี้ พลังงานหมุนเวียนไม่ว่าจะเป็นชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะ เรานำศักยภาพที่ประเมินมาจากกรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ทั้งหมด 100% มากำหนดเป็นเป้าหมายในแผนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น โรงไฟฟ้ากลุ่มก๊าซชีวภาพถูกกำหนดเป้าหมายตามศักยภาพที่มีทั้งหมด เพียงแต่ว่าจะเข้าปีไหน หรือปริมาณเท่าไหร่ ต้องพิจารณาควบคู่กันในแต่ละปีตามหลักเกณฑ์เรื่องความมั่นคง หรือเกณฑ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเราใส่โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพเข้ามาก็เพื่อจะเร่งในช่วงแรกของแผนให้ได้เต็มที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว 

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– จะมีการปรับปรุงร่างแผน PDP2026 ให้พลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมเข้ามาในระบบปีไหน ปีละเท่าไหร่ และจะขยับให้เร็วขึ้นหรือไม่ 

– มาตรการกำกับดูแลพลังงานหมุนเวียนจะเป็นอย่างไรในอนาคต เมื่อรัฐมีการส่งเสริมให้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แม้จะเป็นพลังงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย แต่หากขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม ก็อาจสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน 

ประเด็นที่ 9 ‘การซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ’

➡️คำถาม: จะมีการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ถ้ามีจะเป็นพลังงานน้ำจากเขื่อนแม่น้ำโขงหรือพลังงานอะไร ปริมาณกี่เมกะวัตต์?

🔺คำตอบ: ที่เรานำเสนอในวันนี้จะยังไม่มีการนำเข้าไฟฟ้าเพิ่มเติม มีเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ที่เซ็นสัญญาตกลงกันแล้ว เพราะคิดว่าเราใช้ศักยภาพของพลังงานประเภทอื่นๆ มาจัดหา supply ให้เหมาะสมกับ demand ได้

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเซ็นสัญญาซื้อไฟจากต่างประเทศเพิ่มภายใต้แผน PDP ฉบับนี้หรือไม่ เพราะภายใต้ MOU ซื้อขายไฟฟ้าไทย-ลาว ฉบับปัจจุบัน ยังมีโควตาเหลือให้ไทยซื้อไฟเพิ่มได้อีก 1,158 เมกะวัตต์

ประเด็นที่ 10 ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)’

➡️คำถามที่ 1: ทำไม SMR ถูกใส่ไว้ในทั้ง 4 ทางเลือก และทำไมถึงเป็น 9,000 เมกะวัตต์(ในทุกๆ ทางเลือก)?

🔺คำตอบ: การเลือกโรงไฟฟ้า มีการพิจารณาตามต้นทุนของโรงไฟฟ้าจากต้นทุนต่ำไปสูงอยู่แล้ว เพียงแต่ SMR จะมีความโดดเด่นเรื่องเกณฑ์ด้านความมั่นคงและสิ่งแวดล้อมมากกว่าโรงไฟฟ้าอื่นๆ ทำให้ถูกมองเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย ช่วยเสริมตัวโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้ SMR จึงถูกกำหนดมาเป็นทางเลือกแรกๆ ในทั้ง 4 ทางเลือก

➡️คำถามที่ 2: วันนี้เรากำลังจะทำแผนเพื่อลดการนำเข้าพลังงาน แต่การใช้ SMR ก็เป็นการนำเข้าเช่นกัน ซ้ำร้ายอาจจะหายากกว่า LNG ด้วยซ้ำ 

🔺คำตอบ: ยอมรับว่าอันนี้เป็นประเด็นที่อาจจะต้องพิจารณาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ เพียงแต่เรามองว่าประเทศไทยเองมีศักยภาพที่จะดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยี SMR ให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในประเทศได้ ตอนนี้ตัวเลขที่เราเสนอมา 9,000 เมกะวัตต์ อาจจะขอให้ช่วยกันพิจารณาว่าเราจะสามารถยึดเป้าหมายนี้ในแผน PDP ได้แค่ไหน อย่างไร 

➡️คำถามที่ 3: เราตั้งใจให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานด้วยการลดการนำเข้าเชื้อเพลิง แต่ได้คำนึงถึงต้นทุนของ SMR หรือยัง เพราะว่าวัตถุดิบเราไม่ได้ผลิตขึ้นในประเทศ พวกแร่ยูเรเนี่ยมต่างๆ แล้วยังมีค่าวิทยาการที่ต้องนำมาทำ เหมือนโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง และจะต้องผูกพันกับประเทศไปอีกนาน 

🔺คำตอบ: 

– (ตอบโดยผู้แทนสนพ.) การประเมินต้นทุน SMR เราได้ข้อมูลจาก กฟผ. มีประเมินทั้งเรื่องต้นทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า คิดว่าต้นทุน SMR มีการประเมินครอบคลุมในระดับหนึ่ง 

– (ตอบโดยผู้แทนกฟผ.) ต้นทุนของ SMR ในแผน PDP ฉบับนี้ กฟผ.อ้างอิงข้อมูลจาก Idaho National Laboratory มีทั้งส่วนค่าลงทุน ค่าดำเนินการโรงไฟฟ้า รวมถึงค่าเชื้อเพลิงที่จะต้องมีการเปลี่ยนตามรอบและมีการประเมินค่ากำจัดกากสารกัมมันตภาพรังสี รวมถึงตอนรื้อโรงไฟฟ้าด้วย เพราะฉะนั้น ต้นทุนที่ใส่ไปรวมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนปิดโรงไฟฟ้าแล้ว

➡️คำถามที่ 4: มีแนวทางก่อสร้าง SMR ยังไง ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วย?

🔺คำตอบ: 

– (ตอบโดยผู้แทนสนพ.) ระหว่างจัดทำแผน มีการเตรียมให้หน่วยงานทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ และหน่วยงานที่ดูแลเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ไปเตรียมการเรื่องการกำกับดูแลที่ต้องผ่านเกณฑ์ 19 เงื่อนไขของ IAEA ส่วนเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาสำคัญ ทาง กฟผ.มีการศึกษาเรื่องศักยภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และไปให้ความรู้ความเข้าใจกับพื้นที่ไปบางส่วนแล้ว 

– (ตอบโดยผู้แทนกฟผ.) การดำเนินการ SMR มีมาตรการไม่ต่างจากนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ แม้ว่าจะเล็กและปลอดภัยกว่าเยอะ ดังนั้น การดำเนินการทั้งหมดในด้านความปลอดภัยเราต้องทำตาม IAEA แน่นอน เพราะเป็นมาตรฐานสากล ส่วนการเตรียมความพร้อมอื่นๆ ทั้งเรื่องพื้นที่และบุคลากร ความรู้ เราเตรียมการไปหมดแล้ว แต่ปัจจัยสำคัญคือการทำความเข้าใจกับภาคประชาชน ซึ่งในภาคของการไฟฟ้าฯ ได้ดำเนินการเรื่องนี้เป็นระยะๆ มีการสื่อสารกับภาคประชาชนเพื่อทำความเข้าใจ เมื่อถึงเวลาที่ต้องดำเนินการจริงๆ ภาคประชาชนจะได้เข้าใจในเรื่อง SMR ว่ามันมีความปลอดภัย

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– สุดท้ายแล้ว ตัวเลข SMR ที่อยู่ในแผน PDP2026 จะเป็นเท่าไหร่ ยังคงเป็น 9,000 เมกะวัตต์ตามเดิมหรือไม่ และตั้งอยู่จังหวัดไหนบ้าง ในเมื่อมีความเสี่ยงด้านราคาเนื่องจากเป็นพลังงานที่ต้องนำเข้ามาแบบเดียวกับ LNG และยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ 19 ข้อ ของ IAEA 

– ผู้ทักท้วงในเวทีว่า ตัวเลขต้นทุน(CAPEX) ของ SMR ที่ระบุในแผน ณ ปี 2580 (ปีที่คาดว่า SMR โรงแรกจะเข้าระบบ) เท่ากับ 202,146 บาท/กิโลวัตต์ อาจเป็นการประเมินที่ต่ำกว่างบลงทุนจริง เพราะการสร้าง SMR นำร่องเป็นแห่งแรก อาจมีต้นทุนสูงกว่าการผลิตเชิงพาณิชย์ทั่วไปถึง 3 เท่าหรือประมาณ 600,000 บาท/กิโลวัตต์ อาจต้องติดตามต่อว่า หากมีการเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกจริง เงินลงทุนจะเป็นเท่าไหร่ สูงกว่าต้นทุนที่ระบุไว้ในแผนหรือไม่ และจะกระทบต่อราคาค่าไฟอย่างไร

– จะมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของ SMR รวมถึงการกำกับดูแล ไว้อย่างไรบ้าง และไทยมีความพร้อมแค่ไหนในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ IAEA กำหนด และต้นทุนเหล่านี้จะถูกรวมไว้ในค่าไฟด้วยหรือไม่ อย่างไร 

ประเด็นที่ 11 ‘เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)’

➡️คำถามที่ 1: วางแผนการลงทุน CCS ไว้อย่างไรบ้าง จากการศึกษาพบว่า CCS จะไม่มีทางเกิดได้เลยหากภาครัฐไม่สนับสนุน เพราะฉะนั้น เราอาจต้องมีการวางแผนให้ชัดเจนว่าภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนส่วนไหน อย่างไร

🔺คำตอบ: อาจจะต้องดูผลการพิจารณาทางเลือกของแผนที่นำเสนอครั้งนี้ก่อน ถ้าเลือกในทางที่เน้นการใช้ CCS เป็นหลัก (ทางเลือก 2 และ 4) ในส่วนรายละเอียดที่มีความชัดเจนในแง่การนำไปปฏิบัติก็คงจะต้องดำเนินการเพิ่มเติม วันนี้เราประเมินคร่าวๆ ในเรื่องของศักยภาพ เป้าหมาย และต้นทุนที่ทำได้ 

➡️คำถามที่ 2: CCS จะดักจับคาร์บอนฯ ได้กี่ % ของที่ปล่อยออกมา เก็บที่ไหน ยังไง นานแค่ไหน ตรวจสอบแบบใด และสะท้อนออกมาเป็นราคาเท่าไหร่ จากราคาที่ให้มา 135 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันคาร์บอนฯ ถือว่าต่ำมาก

🔺คำตอบ: ต้นทุนที่ประเมินมามีทั้งส่วนที่เป็นต้นทุนการดักจับ(Capture cost) ขนถ่าย ขนส่ง รวมถึงการพัฒนาแหล่งกักเก็บ ทั้งนี้ เนื่องจาก CCS จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องแนวทาง วิธีการ หรือเทคโนโลยีอีกค่อนข้างเยอะ ก็จะต้องมีการติดตามสถานการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อเอามาทบทวนเรื่องการประเมินต้นทุนหรือการดำเนินการต่อไปในอนาคต

➡️คำถามที่ 3: มีรายงานของ CRU Group ที่บอกว่า หากติด CCS ไว้ข้างบนปล่องโรงไฟฟ้าจะทำให้ผลิตไฟฟ้าผลิตได้ลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่องค่าไฟหรือเรื่องอื่นๆต่อ ได้มีการคิดเรื่องนี้ไว้หรือไม่?

🔺คำตอบ: คณะทำงานยังไม่ได้ดูประเด็นนี้อย่างละเอียด ขอรับข้อสังเกตประเด็นนี้ไป

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

– เราจะได้แผนพลังงานที่มี CCS อยู่ในนั้นมั้ย ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงจะสูงกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้หรือไม่  และจะเพิ่มเข้ามาในบิลค่าไฟในราคาเท่าไหร่

– CCS เป็นเทคโนโลยีที่ดักจับเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 7 ชนิดของก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น เทคโนโลยีนี้จะช่วยแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการใช้ก๊าซฟอสซิลผลิตไฟฟ้าได้มากแค่ไหน เมื่อเทียบกับวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นทาง

ประเด็นที่ 12 ‘ค่าไฟ’

➡️คำถามที่ 1: การลงทุน Smart grid 700,000 ล้านบาท รวมอยู่ในค่าไฟเฉลี่ย 3.8 บาท/หน่วยแล้วหรือยัง?

🔺คำตอบ: ยืนยันว่ามีการคิดรวมอยู่ในค่าไฟที่ประเมินในครั้งนี้แล้ว ตามแต่ละทางเลือกที่มีการประเมินสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

➡️คำถามที่ 2: ความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการผลิตไฟฟ้า รวมไปถึงราคาค่าไฟที่ชาวบ้านจ่ายอยู่ อยากทราบว่าที่ผ่านมาท่านมีกฏเกณฑ์อะไร มีการผ่านสภาไหม ผ่านมติ ครม. ไหม มีการทำประชาพิจารณ์หรือไม่?

🔺คำตอบ: การกำหนดโครงสร้างราคาค่าไฟเป็นนโยบายที่ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงโดย สนพ. ทุก 5 ปี หลักการสำคัญคือตั้งโครงสร้างหรือราคาค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน ปัจจัยสำคัญคือเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟ ในแผนครั้งนี้เราพยายามแก้ปัญหาเชื้อเพลิงราคาแพงที่ทำให้ค่าไฟแพงในอดีต โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ เพื่อจะมาใช้เชื้อเพลิงราคาถูก ทำให้ค่าไฟในภาพรวมถูกลง จึงเป็นที่มาของการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีต้นทุนการผลิตถูกกว่า เชื่อว่าตัวเลขค่าไฟที่ออกมาจะอยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน อีกประการคือแผนครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟใช้เอง มีนโยบายรองรับให้ภาคอุตสาหกรรมซื้อขายไฟโดยตรงกันได้ด้วย เพราะฉะนั้นจะมีทางเลือกสำหรับประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ไม่จำเป็นต้องซื้อไฟจากระบบเท่านั้น 

‼️สิ่งที่ประชาชนควรจับตา ‼️

เมื่อแผน PDP2026 ประกาศใช้ ค่าไฟที่เกิดขึ้นจริงจะใกล้เคียงกับที่เคยประมาณไว้ในแผนหรือไม่(เฉลี่ย 3.8 บาท/หน่วย) ยังมีต้นทุนอะไรที่ไม่ถูกนับรวมไว้ในแผน แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หากค่าไฟที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริงสูงเกินกว่าที่ระบุไว้ในแผน

👀⚡️

อย่าลืมร่วมกันจับตา ติดตามความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 ที่จะส่งผลต่อค่าไฟของพวกเรา

และรอติดตามตอนต่อไปว่าเราได้คำตอบอะไรอีกบ้างจากเวทีรับฟังฯ 

เพราะเราเชื่อว่า #พลังงานเป็นเรื่องของทุกคน #เปลี่ยนให้ผ่านพลังงานไทย #PDP2026

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง