เขื่อนกับไฟฟ้าเกี่ยวกันยังไง?

เขื่อน, เจาะลึกพลังงาน

จากเขื่อนไทยเปลี่ยนสู่การซื้อไฟเขื่อนลาวเกิดขึ้นตอนไหน? ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

6 ทศวรรษ จากเขื่อนไทยสู่การซื้อไฟฟ้าเขื่อนลาว

‘เขื่อน’ นอกจากจะมีไว้สำหรับบริหารจัดการน้ำแล้ว ยังใช้ ‘ผลิตไฟฟ้า’ ได้ด้วย โดยไทยเริ่มสำรวจแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อเอาไปใช้ผลิตไฟฟ้าแทนแกลบและฟืนตั้งแต่ปี 2472 แต่แล้วแนวคิดการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าก็ต้องหยุดชะงักไป เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 และสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2483-2489) . การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าถูกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือในยุคสงครามเย็นที่ไทยได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา พี่ใหญ่จากกลุ่มประเทศเสรี ทำให้เราได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ทั้งด้านการเงิน ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเขื่อนผลิตไฟฟ้า แลกกับความร่วมมือในการต่อต้านอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ที่กำลังแพร่ขยายเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน

จากเขื่อนภูมิพลสู่เขื่อนสุดท้ายในประเทศ

ปี 2496 รัฐบาลไทยร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐฯ สำรวจพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิง บริเวณเขายันฮี จ.ตาก เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้าง ‘เขื่อนยันฮี’ เขื่อนผลิตไฟฟ้าแห่งแรกของไทย ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘เขื่อนภูมิพล’

การสร้างเขื่อนภูมิพลเริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในปี 2507 ถือเป็นการปักหมุดเริ่มต้นทศวรรษแรกของเขื่อนผลิตไฟฟ้า ที่พาไทยก้าวสู่ยุคทองของการสร้างเขื่อนบนลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นตัวกำหนดทิศทาง พร้อมกับวลีที่ว่า ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ’

เมื่อเดินทางมาถึงทศวรรษที่ 3 (ปี 2530 เป็นต้นมา) การสร้างเขื่อนในประเทศเริ่มชะลอตัว พร้อมกับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนเริ่มปรากฏชัดมากขึ้น มีการคัดค้านโครงการเขื่อนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนน้ำโจน เขื่อนแก่งกรุง เขื่อนแก่งเสือเต้น จนนำไปสู่การยุติหรือชะลอโครงการ และในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 – 2535) ก็ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ไม่มีความจำเป็นต้องก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในประเทศอีก’ เนื่องจากทุกลุ่มน้ำที่มีศักยภาพในการก่อสร้างเขื่อนได้รับการพัฒนาครบแล้ว

ทว่าในปี 2532 รัฐบาลกลับอนุมัติให้ กฟผ. สร้าง ‘เขื่อนปากมูล’ เพิ่มอีกหนึ่งแห่ง โดยเผชิญกับการคัดค้านจากชาวบ้านอย่างหนัก แต่ในที่สุด เขื่อนปากมูลก็เดินหน้าสร้างต่อจนเสร็จในปี 2537 พร้อมกับบันไดปลาโจน ที่กลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลวของการลดผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

เขื่อนปากมูลได้กลายเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายที่ถูกสร้างขึ้นบนแม่น้ำของไทย ก่อนที่ขบวนการสร้างเขื่อนจะย้ายไปสู่แม่น้ำสายที่ใหญ่กว่า โดยตัวเลขเขื่อนไทยที่ขยับเพิ่มขึ้นหลังจากเขื่อนปากมูลเข้าระบบนั้น มาจากการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าเพิ่มในเขื่อนเดิมและการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับที่เขื่อนลำตะคอง 1,000 เมกะวัตต์

เริ่มทศวรรษใหม่ซื้อไฟจากเขื่อนลาวภายใต้MOU

ยุคของการสร้างเขื่อนในลาว เริ่มต้นขึ้นเมื่อรัฐบาลไทยลงนามใน MOU ซื้อขายไฟฟ้าไทย-ลาว ฉบับแรก ในปี 2536 โดยกำหนดโควต้าการรับซื้อไว้ที่ 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2545 เปิดทางสู่การลงทุนสร้างเขื่อนในลาว ที่ขายไฟกลับมาให้ไทยด้วยสัญญาระยะยาว

หลังจากทำ MOU ฉบับแรกได้เพียง 3 ปี ได้มีการขยายโควต้าซื้อไฟเพิ่มเป็น 3,000 เมกะวัตต์ ก่อนที่อีกหนึ่งปีต่อมาประเทศไทยต้องเผชิญกับ ‘วิกฤติต้มยำกุ้ง’ ทำให้ต้องเลื่อนแผนการลงทุนในหลายโครงการออกไปก่อน กระทั่งปี 2545 เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงเริ่มเดินหน้าเซ็นสัญญาซื้อไฟเพิ่มอีกครั้ง ทำให้หลังจากนั้นมีการก่อสร้างเขื่อนใหม่ในลาวอีกหลายแห่ง พร้อมกับการขยายโควตาซื้อไฟฟ้าใน MOU

จากเขื่อนลาวสู่การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เข้าสู่ทศวรรษที่ 6 ของการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน และเป็นทศวรรษที่ 3 ของการซื้อไฟจากเขื่อนลาว ซึ่งมีการขยายโควตาการซื้อขายไฟใน MOU รวมทั้งหมด 5 ครั้ง ในรอบ 30 ปี โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2565 มีการขยายโควตาเป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก MOU ฉบับแรกถึง 7 เท่า

และในยุคที่ไฟจากเขื่อนถูกมองว่าเป็น ’พลังงานสะอาด’ การซื้อไฟจากเขื่อนลาวก็ได้เปลี่ยนจากเขื่อนที่สร้างบนลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง มาสู่การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายประธาน โดยมี ‘เขื่อนไซยะบุรี’ เป็นแห่งแรก เริ่มขายไฟให้ไทยปี 2562 และในปี 2565-2566 ไทยได้เซ็นสัญญาซื้อไฟจากเขื่อนลาวเพิ่มอีก 4 แห่ง ซึ่งเป็นเขื่อนที่ต้องสร้างบนแม่น้ำโขงถึง 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนหลวงพระบาง เขื่อนปากลาย และเขื่อนปากแบง ทำให้เหลือโควตาซื้อไฟใน MOU ฉบับปัจจุบันเพียง 1,158 เมกะวัตต์

เราคงต้องลุ้นกันต่อไปว่า จะมีการขยาย MOU เพิ่มขึ้นหรือไม่? แผน PDP ฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร? และไทยจะยังซื้อไฟจากเขื่อนลาวต่อไป หรือหยุดไว้เพียงเท่านี้

หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรก Facebook JET in Thailand วันที่ 5 ตุลาคม 2568

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง