สรุป 3 วงเสวนาจากงาน Re:Rayong

กิจกรรม

หากจะพูดถึงการพัฒนาบ้านเกิด สิ่งหนึ่งสำคัญคือการไม่ลืมถามเสียงของผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้น

ในช่วงสัปดาห์แห่งวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา ระหว่าง 6 – 8 มิถุนายน 2568 JET in Thailand และ EPIGRAM ได้ร่วมกันจัดงาน Re:Rayong | Revisit – Rethink – Reconnect อีเวนต์ที่อยากชวนทั้งคนระยองที่อยู่ในบ้าน อยู่ไกลบ้าน หรือแม้ไม่ใช่คนระยอง ก็ได้กลับมาทบทวนชีวิตและชีพจรของระยองว่าจากอดีตถึงปัจจุบัน จังหวัดแห่งเศรษฐกิจสามขานี้ยังสบายดีอยู่หรือไม่ ยังคงเป็นเมืองแห่งความหวังอยู่ไหม และเราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

โดยภายในงานมีการจัดวงเสวนา 3 วง  3 ประเด็นพูดคุยที่ชวนเรา กลับไปเยือน กลับไปทบทวน และกลับไปเชื่อมโยงกับบ้านเกิดที่ชื่อ ‘ระยอง’ กันอีกครั้ง

ซึ่งหากใครพลาดไปก็ไม่เป็นไร เพราะเราสรุปมาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว

Revisit : มองระยองผ่านสายตาช่างภาพสารคดี กับ วัจนพล ศรีชุมพวง

เมื่อเลนส์กล้องของ เดี่ยว – วัจนพล ศรีชุมพวง หันมายังมาบตาพุด เขาจะบันทึกอะไรออกมา?

เสวนา Revisit : มองระยองผ่านสายตาช่างภาพสารคดี กับ วัจนพล ศรีชุมพวง ชวนเราสนทนาผ่านภาพถ่ายมาบตาพุดในสายตาของช่างภาพสารคดีที่ออกมาเป็นการมองเห็นความผิดปกติในสถานที่แห่งนี้

เดี่ยวเริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า เส้นทางการมาเป็นช่างภาพสารคดีของเราเริ่มจากความหลงใหลการถ่ายภาพแบบไม่รู้ตัว จุดเริ่มแรกคือการถ่ายภาพแฟนตัวเองและส่งผลงานเข้าประกวดของ National Geographic Thailand จนได้รับรางวัลอันดับ 3 และมีนิทรรศการแรกในชีวิต ทำให้เขาเริ่มเอาจริงกับงานถ่ายภาพ

โดยอีกแรงบันดาลใจสำคัญ คือภาพเด็กบนเว็บบอร์ดที่ถูกไฟลวกทั้งตัว ทำให้เดี่ยวตระหนักว่าภาพสารคดีที่สะเทือนใจเป็นอย่างไร และนั่นคือจุดที่เขารู้ว่าตัวเองชอบถ่ายภาพแนวนี้ เขาจึงเริ่มศึกษาด้วยตนเองผ่าน YouTube และผลงานช่างภาพต่างประเทศอย่างจริงจัง

สำหรับการมาถ่ายภาพที่มาบตาพุด จ.ระยอง ตอนแรกเดี่ยวไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอทะเลสวยแต่แรกเริ่ม แต่เมื่อไปถึงกลับรู้สึกสะเทือนใจกว่านั้น เพราะทะเลที่เขาเห็นแสดงถึงความขัดแย้งของทะเลที่ยังมีคนอยู่ กับสภาพแวดล้อมที่ถูกรุกจากอุตสาหกรรม 

เดี่ยวเล่าว่า แวบแรกที่เห็นคือ “ชาวบ้านยังอยู่ได้ยังไง” ทั้งที่ล้อมรอบด้วยโรงงาน

เดี่ยวใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการเก็บข้อมูลและสร้างความคุ้นเคยกับชุมชน แม้ช่วงแรกจะไม่มีใครกล้าคุยด้วย แต่เขาเลือกใช้วิธีฟังชาวบ้าน จนชาวบ้านเปิดใจ บางคนถึงกับชวนไปที่บ้าน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่คนนอกไม่ค่อยได้เข้าไป 

เดี่ยวย้ำว่า การถ่ายภาพสารคดีคือการละเมิดพื้นที่อย่างหนึ่ง จึงต้องใช้ความนอบน้อมและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เดี่ยวเลือก 5 ภาพจากงานที่มาบตาพุดเพราะแต่ละภาพมีเสียงเล่าเรื่องในตัวเอง ภาพแรกที่เดี่ยวเลือกคือ ภาพชายคนหนึ่งกำลังหาอะไรที่มีค่าในกองขยะบนชายหาด ซึ่งสะท้อนชีวิตที่ยังต้องอยู่ร่วมกับขยะและมลพิษ และภาพแนวกำแพงสูงที่ดูผิดธรรมชาติซึ่งมันมีจริงๆ ในประเทศของเรา

ภาพที่สองคือ ด้านข้างของแนวกันคลื่นที่มีนกสองตัวแสดงให้เห็นการปะทะกันของธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างมนุษย์ที่ผิดที่ผิดทาง

ภาพที่สามคือ ภาพหาดทรายของหนองแฟบที่เต็มไปด้วยกองขยะสีดำที่เดี่ยวบอกว่า ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบ เพราะทำให้เห็นว่า ภาพทะเลที่นี่เป็นแบบนี้แหละ และที่แย่ยิ่งกว่าคือ ชาวประมงเล่าว่าที่ใต้ทะเลก็มีขยะแบบนี้

ภาพที่สี่คือ ภาพทรายที่ผุดขึ้นตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล ซึ่งเดี่ยวเล่าว่าเดิมเขาก็คิดว่าเป็นฟองอากาศ แต่ชาวประมงบอกว่าเป็นตะกอนทรายจากการถมทะเลที่ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง